Fowthefilm รีวิวหนังใหม่
แทงบอล

รีวิว House of the Dragon

รีวิว House of the Dragon โดยเรื่องราวของซีรีส์จะให้ความสำคัญไปที่เรื่องที่เกิดขึ้นที่ทำให้บัลลังก์ของ วิเซริส ทาร์แกเรียน กษัตริย์แห่งเวสเทอรอสต้องสั่นคลอน ทั้งความมักใหญ่ใฝ่สูงของ เดมอน ทาร์แกเรียน พระอนุชาที่ครองกำลังทหารทั้งเมือง และความไม่แน่นอนว่าบุตรในพระครรภ์ของราชินีจะเป็นชายหรือหญิง แต่เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ราชาวิเซรีสจึงจัดงานประลองที่ใหญ่ที่สุดที่จัดมาเพื่อสมโภชพระโอรสที่พระองค์รอคอย และในขณะที่ไฟสงครามกำลังรอการปะทุ เจ้าหญิงเรเนียรา ทาร์แกเรียน กำลังเผชิญบททดสอบสำคัญในการปกป้องบัลลังก์ของตระกูลมังกรอย่างทาร์แกเรียน

House-of-the-Dragon

หากจะให้กล่าวอย่างย่นย่อที่สุด ‘House of the Dragon’ ก็คือ ‘มหาศึกชิงบัลลังก์’ หรือ ‘เทพเจ้า’ แบบย่อส่วนเล่าแค่ “Story” การแย่งชิงบัลลังก์ในตระกูลทาร์แกเรียน ซี่งเป็นชนวนสงคราม The Dance of the Dragons ซึ่งข้อดีอย่างแรกจากการชมตอนแรกมาแล้วก็พบว่า ตัวละครในซีรีส์เรื่องนี้จะย่อยง่าย จำง่ายกว่า ‘GOT’ เพราะมันแทบจะแบ่งการแสดง (stance) ตามบทแบบชัดเจนและภาระคนดูก็เหมือนถูกหารด้วย 7 เพราะเล่าเรื่องราวแค่ตระกูลเดียว (ฮ่าาาา) เลยช่วยลดความซับซ้อนไปได้เยอะเลย

House-of-the-Dragon

ประการต่อมาคือต้องยอมรับล่ะว่า ‘House of the Dragon’ รู้ตัวดีว่าผู้ชมส่วนใหญ่เคยดู ‘GOT’ มาแล้ว ดังนั้นเอกลักษณ์ที่คนดูคุ้นเคยทั้งความโหดระดับเลือดสาด ซึ่งก็มีฉากสยดสยองและชวนช็อกมันตั้งแต่ตอนแรกอยู่มากพอสมควร ฉากนู้ดของเหล่าโสเภณีก็มีแพลม ๆ มาบ้าง แต่ที่ตื่นตาตื่นใจก็เห็นจะเป็นการที่ซีรีส์ไม่ต้องกั๊กไว้แบบ ‘GOT’ แล้ว ดังนั้นเราเลยได้เห็นมังกรตัวเป็น ๆ เดินไปมาบนจอกันจุใจพอสมควรแม้จะยังไม่มีแอ็กชันอะไรมากนอกจากบินโฉบลงมา เข้าถ้ำและพ่นไฟนิดหน่อยก็ตาม ซึ่งคุณภาพงานซีจีก็ยอดเยี่ยมแม้จะฉายบนจอภาพยนตร์ก็เนียนตาไม่ขัดเขินเลย

House-of-the-Dragon

และที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือเหล่าตัวละครใหม่ ๆ ที่ซีรีส์สื่อสารซึ่งแม้จะมีแต่ตระกูล (Targaryen) แต่ก็มาครบทั้งตัวดีตัวชั่วให้เราลุ้นและก่นด่ากันระหว่างดูไม่ต่างจาก ‘GOT’ เลย ทั้งเจ้าหญิงเรเนียรา ที่ได้นักแสดงสาว เอ็มมา ดาร์ซี (Emma D’Arcy) มาสวมวิกผมขาว ท่าทางกระฉับกระเฉงคล่องแคล่วและเรื่องราวที่เธอต้องฝ่าฝันเพื่อให้ราชสำนักยอมรับในสถานะของเธอเหนือเพศหญิงที่ถูกกีดกันจากบัลลังก์ก็ทำให้คนดูอยากเอาใจช่วยได้ไม่ยาก

House-of-the-Dragon

และที่น่าจะเป็นสีสันและทำให้ซีรีส์ดูมีความแปลกใหม่น่าสนุกมากขึ้น ก็คือการมีอยู่ของ แมตต์ สมิธ (Matt Smith) ในบท เดมอน ที่ก็ดูเป็นปีศาจสมชื่อทั้งน่าหวาดหวั่นและมีเสน่ห์ในตัวอย่างล้นเหลือ ด้าน แพดดี คอนซิดีน (Paddy Considine) ที่มารับบทวิเซริส กษัตริย์ผู้ต้องรั้งบัลลังก์ก็ทำให้ (Character) มีมิติดีทีเดียวแถมยังสร้างความช็อกให้คนดูอย่างคาดไม่ถึงอีก ส่วนหนุ่ม ๆ ก็น่าจะชื่นชอบ โอลิเวียร์ คุก (Olivia Cooke) ผู้รับบท แอลิเซนต์ ไฮทาวเวอร์ หญิงงามแห่งเวสเทอรอสที่ทั้งสวยสง่าและฉลาดหลักแหลม

House-of-the-Dragon

ซึ่งในซีรีส์ตอนแรกต้องยอมรับนะครับว่าเราอาจจะยังไม่ได้เปิดฉากอะไรมากมาย เพราะเน้นปูข้อมูลความสัมพันธ์ตัวละครและการเมืองในตระกูลทาร์แกเรียนให้ครบถ้วนก่อน ดังนั้นหากใครคาดหวังว่ามันจะตูมตามและเร้าอารมณ์แบบ ‘GOT’ ตอนแรกเลยก็ต้องบอกว่า การต้องมาเริ่มปูเนื้อหาสาระของ ‘one family’ ใน ‘House of the Dragon’ น่าจะกลายเป็นจุดอ่อนสำคัญที่ถ้าคนดูไม่ถูกจริตกับเรื่องแนวจักร ๆ วงศ์ ๆ ชิงบัลลังก์แย่งอำนาจกันก็อาจมีเทหลังดูไปตอนเดียวได้เหมือนกัน

House-of-the-Dragon

ดังนั้นความหวังต่อไปของซีรีส์ในอีก 9 ตอนที่เหลือคงหนีไม่พ้นปมว่า (Damon Targaryen) จะกลับมาชิงบัลลังก์ของตัวเองได้โหดสลัดขนาดไหน หรือการเปลี่ยนแปลงตัวเองของเจ้าหญิงเรเนียราที่ต้องฝ่าฟันอคติของเหล่าชายชาตรีในราชสำนักจะทำให้เธอลิ้มเลือดผู้คนมากเพียงใด รวมถึงการเปิดเผยตัวตนและเผยตัวของหลาย ๆ ตัวละคร โดยหนึ่งในนั้นได้แก่ โซโนยะ มิซูโนะ (Sonoya Mizuno) สาวญี่ปุ่นที่เคยทำหนุ่ม ๆ ใจละลายจาก ‘Ex-Machina’ จะมารับบทมิซาเรีย ทาสสาวพันธมิตรของเดมอน ทาร์แกเรียนได้แซ่บเพียงใด

รับชมตัวอย่างหนัง : Pam & Tommy เซ็กส์ รัก

ติดตามเพิ่มเติม : เว็บรีวิวหนัง

เครดิต : ดูอนิเมะบนมือถือ

สามารถติดตามข่าวสารวงการภาพยนตร์เพิ่มเติมได้ที่เฟสบุ๊คแฟนเพจของพวกเรา : FlowtheFlim