อาทิตย์. มิ.ย. 7th, 2020

ของโคตรดีขอแนะนำ 10 หนังไทยน่าดูในNetflix By FlowtheFilm

วันนี้ Flow เดอะ Film เว็บรีวิวหนังออนไลน์ จะมาแนะนำหนังไทยให้คุณในNetflix ทั้งหมด 10 เรื่อง ใน 10 หนังไทยน่าดูใน Netflix ส่วนจะมีหนังไทยเรื่องไหนบ้างเราไปชมกันเลย

 

1. นางนาก (2542)

*นักแสดง : ทราย-อินทิรา เจริญปุระ , เมฆ – วินัย ไกรบุตร
*ผู้กำกับ : นนทรีย์ นิมิบุตร (2499 ฮันธพาลครองเมือง , จัน ดรา . อารมณ์ อาถรรพ์ อาฆาต)
*ค่ายผู้สร้าง : ไท เอ็นเตอร์เทนเมนต์
*รายได้หนัง : 149.6 ล้านบาท
*ที่สุดของหนังไทย ครองตำแหน่งทางสถิติด้านรายได้ของหนังไทยนั่นคือการเป็นหนังที่ทำรายได้ทะลุ 100 ล้านบาทได้เป็นเรื่องแรก ตำนานเรื่องราวความรักแห่งบางพระโขนงที่ถูกนำมาตีความใหม่โดยสุดยอด ผู้กำกับ จากวงการโฆษณาในยุคนั้นอย่าง อุ๋ย – นนทรีย์ นิมิบุตร ที่ดังมาแล้วจากหนังพีเรียด “2499 อันธพาลครองเมือง” (2540) การตีความใหม่ในรอบนี้จะเน้นถ่ายทอดความสมจริงและเรื่องราวดราม่าความรักของผีนางนากที่ตายทั้งกลมตอนผัวของตัวเองไปออกรบ แตกต่างจากฉบับก่อนหน้านี้ที่จะเน้นไปในทิศทางของแนวตลกสยองขวัญ ยิ่งโดยเฉพาะในช่วงไคลแม็กซ์ที่ทั้งหลอนทั้งซึ่งจนทำคนดู้องเสียน้ำตาไปกับซะตากรรมของพี่มากกับอีนากก็ทำให้ตัวหนังประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก วินัย ไกลบุตร ก็ได้สานต่อความสำเร็จกับหนัง “บางระจัน” (2543)
นับเป็นอีกเรื่องในปีถัดมาที่กลายเป็นหนัง 150 ล้านบาทเรื่องแรกของไทย

2. 15 ต่ำ เดือน 11 (2545)

* นักแสดง : โอ – อนุชิต สพันธุ์พงษ์ / ธิดารัตน์ เจริญชัยชนะ / นพดล ดวงพร / สุรสีห์ ผาธรรม / สมชาย ศักดิกุล
*ผู้กำกับ : จิระ มะลิกุล (มหาลัย’เหมืองแร่ / รัก 7 ปี ดี 7 หน ตอน 42.195 /พรจากฟ้า ตอน ปีใหม่ )
*ค่ายผู้สร้าง : จีเอ็มเอ็ม พิคเจอร์ / หับ โห้ หิ้น ฟิล์ม
*รายได้ : 55 ล้านบาท
*ที่สุดของหนังไทย หนังที่สร้างมาจาก 1 ใน 100 หนังสือที่คนไทยควรอ่านของนักเขียนที่มีชื่อว่า “อาจินต์ ปัญจพรรค์” ศิลปินแห่งชาติ สาขาวิชาวรรณศิลป์ ปี 2534 ที่เขียนขึ้นมาจากชีวิตของตัวเอง หลังถูกรีไทร์จาก คณะวิศวกรรมศาสตร์ ปี 2 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาจินต์ต้องนำพาชีวิตเดินทางไกลจากเมืองหลวง ไปสิ้นสุลงที่เหมือง “กระโสม ทิน เดรดยิง” อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา เหมืองแร่ดีบุกในยุคที่กิจการเหมืองแร่ในไทยยังคงเฟื่องฟู หลังจากใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น 3 ปี 11 เดือน ต่อมาในปี 2497 เขาถ่ายทอดเป็นตัวหนังสือผ่านเรื่องสั้นชุด “เหมืองแร่” พิมพ์ในนิตยสารชาวกรุงตลอด 30 ปี รวมทั้งสิ้น 142 ตอน

3.แฟนฉัน (2546)

*นักแสดง : แน็ค – ชาลี ไตรรัตร์ / โฟกัส จีระกุล / แจ็ค – เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์ / ชวิน จิตรสมบูรณ์
*ผู้กำกับ : คมกฤษ ตรีวิมล (เพื่อนสนิท) / ทรงยศ สุขมากอนันต์ (ปิดเทอมใหญ่ หัวใจ ว้าวุ่น) / วิทยา ทองอยู่ยง (น้อง . พี่ . ที่รัก) / นิธิวัฒน์ ธราธร (คิดถึงวิทยา) / อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม (รถไฟฟ้า มาหานะเธอ) / วิชชา โกจิ๋ว
*ค่ายผู้สร้าง : 365 ฟิล์ม โดยจีเอ็มเอ็ม พิคเจอร์ / ไท เอ็นเตอร์เทนเมนต์ / หับ โห้ หิ้น ฟิล์ม
* รายได้ : 137.3 ล้านบาท
* ที่สุดของหนังไทย หนังที่สามารถลบคำสบประมาสของวงการหนังไทยที่ต่างบอกว่า “หนังเด็กไม่มีทางขายได้”
ณ เวลานั้นไม่เคยมีใครคิดว่าหนังจากค่ายหนังที่ยังไม่ทันได้รวมตัวได้สนิทดีของ 3 ยักษ์ใหญ่อย่างฝ่ายผลิตหนังไทยในเครือค่ายเพลง จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ค่ายหนังไทยผู้คร่ำหวอดอย่างค่าย ไท ที่มีผลงานทำเงินเป็นตัวอย่าง “สตรีเหล็ก” (2543) และบริษัทโปรดัคชันอย่าง หับ โห้ หิ้น จะดันเด็กจบใหม่ 6 คนจาก๕ณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิยาลัย ทำหนังย้อนวัยหวาน (ช่วงปี 2528) ที่เรียกว่า Nostalgia Theme ออกมาได้โดนใจวัย 30 – 40 ปีที่เป็นกำลังซื้อสำคัญในตอนนั้น ให้ได้กลับไปฟังเพลงของวง สาว สาว สาว หรือ 18 กะรัต ได้ไปเห็นบรรยากาศบ้านเมืองเมื่อ 20 ปีก่อนที่ไม่มีโอกาสได้เห็นอีกแล้วและหวนนึกถึงคนในความทรงจำสีจางที่อาจจะได้พบหรือไม่ได้พบกันอีก

4. เพื่อนสนิท (2547)

นักแสดง : ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ / ศิรพันธุ์ วัฒนจินดา /มณีรัตน์ คำอ้วน / ปาณิสรา พิมพ์ปรุ
*ผู้กำกับ : คมกฤษ ตรีวิมล (แฟนฉัน / สายลับจับบ้านเล็ก )
*่ค่ายผู้สร้าง : จีทีเอช
*รายได้ : 80 ล้านบาท
* ที่สุดของหนังไทย : หนังรักที่กลายเป็นหนังไทยคลาสสิกและประสบความสำเร็จมากที่สุดในยุคแรกของ จีทีเอช ไปเรียบร้อย หนังได้แรงบันดาลใจจากบทประพันธ์เรื่อง “กล่องไปรษณีย์สีแดง” เนื้อเรื่องกล่าวถึง ” ไข่ย้อย ” และ “ดากานดา” เพื่อนสนิทที่เป็นกลุ่มนักศึกษาของคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ไข่ย้อยตกหลุมรักเพื่อนสนิทโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่่งผ่านโอกาสไปครั้งแล้วครั้งเล่าก็ติดที่ไม่กล้าจะบอกจนทุกอย่างสายเกินไป หนังจะเล่าเรื่องของสองช่วงเวลาสลับกัน ระหว่างเนื้อเรื่องของหมู (ไข่ย้อย) ตอนเดินทางไปรักษาแผลใจที่เกาะพะงันหลังจากเรียนจบ เขาได้เจอกับ “นุ้ย” นางพยาบาลที่แอบชอบเขาอยู่ข้างเดียวเหมือนกัน หนังดัดแปลงจากฉบับหนังสือไปเยอะจนเหลือแค่กลิ่นอายของบรรยากาศ แต่ผู้กำกับ เอส คมกฤษ ก็ได้ปรุงแต่เรื่องราวได้ออกมากลมกล่อมลงตัว

5. กวน มึน โฮ (2553)

* นักแสดง : เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี / หนูนา หนึ่งธิดา โสภณ / จุ๋ย วรัทยา นิลคูหา
* ผู้กำกับ : บรรจง ปิสัญธนะกูล (พี่มากพระโขนง /แฟนเดย์ … แฟนกันแค่วันเดียว / ซัดเตอร์ กดติดวิญญาณ )
* ค่ายผู้สร้าง : จีดีเอช
* รายได้ : 130.5 ล้าน
* ผู้กำกับหนังไทยของทางค่าย จีทีเอช / จีดีเอช ที่ประสบความสำเร็จสูงสุด (กับหนังที่ทำรายได้ทั่วประเทศพันล้านอย่าง “พี่มากพระโขนง” (2556) ) ดัดแปลงจากหนังสือแนวโรแมนติกท่องเที่ยว “สองเงาในเกาหลี” ของทรงกลด บางยี่ขัน บรรณาธิการของนิตยสาร a day ในเวลานั้น แต่ก็นำมาดัดแปลงแค่เพียงกลิ่นอาย เพราะตัวหนังเขียนเรื่องราวขึ้นมาใหม่ ให้ครึ่งแรกชวน ฮา ครึ่งหลังชวน ซึ้ง เสน่ห์ของหนังคือความแปลงใหม่ของบท ตั้งแต่การให้พระเอกนางเอกไม่ต้องบอกชือกันตลอดทั้งเรื่อง การใช้โลเคชันเป็นประเทศเกาหลีใต้กำลังเป็นที่นิยมในตอนหนังฉาย กิมมิคยุคพี่อ้อย – พี่ฉอดกำลังดัง และการเป็นหนังที่เต็มไปด้วยบทสนทนาที่ชวนจี๊ดใจ

6.Final Score 365 วันตามติดชีวิตเด็กเอ็นท์ (2550)

* นักแสดง : เปอร์ – สุวิกรม อัมระนันทร์ / ลุง – วรภัร จิตต์แก้ว / บิ๊กโชว์ – กิตติพงศ์ วิจิตรจรัสสกุล / โบ๊ท – สราวุฒิ ปัญญาธีระ
* ผู้กำกับ : โสรยา นาคะสุวรรณ
* ค่ายผู้สร้าง : จีทีเอช
* รายได้ : 25 ล้านบาท
* ที่สุดของหนังไทย : หากคอหนังไทยและเทศจะเคยประทับใจกับงานสร้างหนังซ้อนหนังอย่าง Boyhood (2014) ที่ตามติดชีวิตของเด็กคนหนึ่งอยู่ 12 ปี ก็อาจจะถูกใจกับหนังไทยที่มาก่อนเรื่องนี้ที่ตามติดชีวิตของเด็ก ม.6 ของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยและกลุ่มเพื่อน ๆ ใช้ชีวิตเป็นเวลา 1 ปีเต็ม หนังที่มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Final Score เป็นหนังที่อาจหาญกันทุกภาคส่วน ทั้งนักแสดงและทีมงานในการถ่ายทำเพราะต้องไปเกาะตอกทั้งที่บ้าน โรงเรียน และอีกหลายที่ของเปอร์ สวิกรมที่ทุกวันนี้เป็นพิธีกรรายการดังอย่าง Perspective คนดูจะได้เห็นเขาใช้ชีวิต มีความรัก มีปัญหากับครอบครัวตามวัย และโจทย์ใหญ่ที่สุดในตอนนั้นก็คือ การสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ในตอนที่ถ่ายทำ ปี 2549 เป็นปีแรกที่ระบบการสอบเปลี่ยนจากเอ็นทรานซ์เป็นระบบแอดมิชชันที่มีปัญหาต่าง ๆ นาๆ มากมาย ( O- Net / A -Net ) จนถึงทุกวันนี้เปลี่ยนไปแล้วอีกหลายชื่อ หนังถ่ายทอดวัยวุ่นวายของเด็ก ม.ปลาย ได้แบบสมจริงจนหนังเองได้กลายเป็นตัวแทนการบอกเล่ายุคสมัยและเจนเนอร์เรชันทศวรรษ 2550 ได้เป็นอย่างดี

7. สิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่ารัก (2553)

*นักแสดง : มาริโอ้ เมาเร่อ / ใบเฟิร์น -พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ /ตุ๊กกี้ – สุดารัตน์ บุตรพรหม / เจี๊ยบ – พิจิตตรา สิริเวชชะพันธ์
* ผู้กำกับ : พุฒิพงศ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร ( 30+ โสด ออน เซล / Oh My Ghost คุณผีช่วย ) และ วศิน ปกป้อง
* ค่ายผู้สร้าง : สหมงคลฟิล์ม
* รายได้ : 80 ล้านบาท
* ที่สุดของหนังไทย หายากที่จะมีหนังไทยที่เข้าฉายในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันและเป็นหนังแนวเดียวกันที่ประสบความสำเร็จด้วยกันทั้งคู่ แต่ในเดือนสิงหาคมของปี 2553 ทั้ง กวน มึน โฮ และสิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่ารัก กลับเดินหน้ากวาดรายได้จนหนังฝรั่งต้องชิดซ้าย ยิ่งกับเรื่องนี้ที่เป็นกระแสปากต่อปากที่ทำให้หนังได้รับความนิยมในสัปดาห์ต่อ ๆ มาจนยืนโรงฉายไปเป็นเดือน หนังถ่ายทอดชีวิตวัยรุ่นของเด็ก

8. รักแห่งสยาม (2550)

*นักแสดง : สินจัย เปล่งพานิช / เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ รุ่งนพคุณศรี / มาริโอ้ เมาเร่อ / วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล
* ผู้กำกับ : ชูเกียร์ติ์ ศักดิ์วีระกุล (คน ผี ปีศาจ / Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ / ดิวไปด้วยกันนะ )
* ค่ายผู้สร้าง : สหมงคลฟิล์ม
* รายได้ : 42 ล้านบาท
* หนังที่ขอมอบตำแหน่งที่สุดของการตีหัวเข้าบ้านในอีกหนึ่งตำแหน่ง เพราะในทีแรกที่ปล่อยโปสเตอร์หรือตัวอย่างหนังออกมานั้น “รักแห่งสยาม” ด้วยความเป็นหนังรักวัยรุ่นเต็มรูปแบบตามยุคสมัยเดียวกันนั้น แต่พอคนดูได้ดูไปถึงฉากจุฐนั้นของตัวละครหลัก ที่ทำให้เกิดกระแสตีกลับแบบหนังต้มคนดู จนทำให้แก่นสารถึงความเป็นหนังครอบครัวที่ดีที่สุดจากการแสดงอย่างมากฝีมือของนักแสดง ที่สามารถถ่ายทอดครอบครัวจิตใจแตกเกี่ยวกับการสูญเสียของคนในครอบครัว

9.แสงกระสือ (2562)

* นักแสดง : มินนี่ – ภัณฑิรา พิพิธยากร / โอบ – โอยนิธิ วิววรรธนวรราค์ / เกรท – สพล อัศวมั่นคง / เอ็ม – สุรศักดิ์ วงษ์ไทย
* ผู้กำกับ : สิทธิศิริ มงคลศิริ (Last Summer ฤดูร้อนนั้นฉันตาย)
*  ค่ายผู้สร้าง : ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม
* รายได้ : 36.65 ล้านบาท
* หนังเรื่องนี้ได้รับกระแสชื่นชมอย่างล้นหลามในตอนที่ออกฉาย จากการหยิบเอาเรื่องเล่าตำนานผีกระสือมาตีความใหม่และผสมเข้ากับเรื่องราวความรักของวัยรุ่นจนท้ายที่สุดได้เ้าแข่งสาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมของรางวัลออสการ์ประจำปี 2556 ด้วยความสำเร็จของหนังเกิดมาจากการแสดงที่ลงตัวของนักแสดงหลัก รวมถึงการเซ็ตบรรยากาศและโปรดัดชันของหนังออกมาสมจริง

10. ซัตเตอร์ กดติดวิญญาณ (2547)

* นักแสดง : อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม / ณัฐฐาวีรนุช ทองมี /  อชิตะ วุฒินันนท์ สุระสิทธิ์
* ผู้กำกับ : บรรจง ปิสัญธนะกูล (พี่มากพระโขนง / กวน มึน โฮ / ห้าแพร่ง ตอน คนกอง)
*ค่ายผู้สร้าง : ฟีโนมีน่า โมชัน พิคเจอร์ และ จีเอ็มเอ็ม ไท หับ
*  รายได้ : 107.1 ล้านบาท
* ซัดเตอร์ กดติดวิญญา ที่สองผู้กำกับหน้าใหม่โต้งและโอ้ มือดีจากแวดวงโฆษณานำความสดใหม่มาสร้างให้กับหนังผีไทย ที่ทั้งหลอนและสมจริงพร้อมกับพล็อตหนังหักมุมในช่วงไคลแม็กซ์ หนังยังขายลิขสิทธิ์ได้ใน 30 ประเทศทั่วโลก กลายเป็นหนังทำเงินที่ประเทศสิงค์โปร์ เกาหลีใต้ และที่บราซิลก็ทำรายได้สูงถึง 100 ล้านบาท

รีวิวหนังไทย

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่เฟสบุ๊คเฟสเพจของพวกเรา : Flow เดอะ Flim